การดูแลโภชนบำบัด (Nutrition Therapy)

Product Quick Finder

Choose a category or subcategory

ระดับโภชนาการที่เหมาะสมนั้นจำเป็นตลอดทุกขั้นตอนการรักษา

การดูแลโภชนบำบัดมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประสิทธิภาพของการรักษาโรค ไม่ว่าจะเป็นโรคทั่วไป โรคติดเชื้อ การผ่าตัด หรือการดูแลแผลบาดเจ็บ โดยโภชนบำบัดเป็นการรักษาสมดุลหรือการเพิ่มคุณค่าทางสารอาหาร เพื่อป้องกันไม่ให้คนไข้เกิดภาวะขาดสารอาหาร และช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อส่วนที่สึกหรอ

การให้โภชนบำบัด อาจเป็นการให้อาหารทางปาก (oral nutritional supplements) หรือให้ทางสายยาง (Enteral Nutrition) หรืออาจให้ผ่านทางสายสวนหลอดเลือดดำ (Parenteral Nutrition)ในกรณีที่คนไข้ไม่สามารถใช้การระบบย่อยอาหารได้

ประเภทของการให้โภชนบำบัดขึ้นอยู่กับสภาพอาการและความต้องการของคนไข้แต่ละคน  ตัวอย่างเช่น คนไข้กรณีผ่าตัดวิกฤติต้องใช้วิธีการให้อาหารแตกต่างจากคนไข้ที่เข้ารับการรักษาโรคมะเร็ง หรือคนไข้ไตวายเรื้อรัง เป็นต้น

ขั้นตอนการให้โภชนบำบัด

สาขาการให้โภชนบำบัดเป็นการรวมวิธีการให้อาหารทุกประเภท ตั้งแต่การเพิ่มคุณค่าทางสารอาหารสำหรับการให้อาหารทางปากแบบปกติสำหรับคนไข้ที่ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ไปจนถึงการให้สารอาหารทางหลอดเลือดดำแก่คนไข้ที่ไม่สามารถรับสารอาหารจากการให้อาหารทางปากหรือทางสายยาง แม้ว่าโดยปกติแล้วร่างกายจะสามารถนำพลังงานสำรองออกมาใช้ได้เมื่อร่างกายขาดอาหารในระยะสั้นๆ แต่สำหรับคนไข้ที่มีความเสี่ยงต่อภาวะขาดสารอาหาร การไม่ได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอแม้ในระยะเวลาอันสั้น ก็อาจเป็นอันตรายจนทำให้การรักษาให้ผลทางลบจนเกิดความปกติของร่างกายเพิ่มขึ้นหรืออาจถึงแก่ชีวิตได้ จากผลการสำรวจพบว่าคนไข้ประมาณ 20-50% มีภาวะขาดสารอาหารและต้องการการดูแลด้านโภชนบำบัด ซึ่งการรักษาสามารถทำได้ 2 วิธี คือ การให้สารอาหารผ่านระบบทางเดินอาหาร (enteral nutrition) หรือการให้สารอาหารแยกจากระบบทางเดินอาหาร ( parenteral nutrition) 

ประเภทของการให้โภชนบำบัดขึ้นอยู่กับสภาพอาการและความต้องการของคนไข้แต่ละคน  ตัวอย่างเช่น คนไข้กรณีผ่าตัดวิกฤติต้องใช้วิธีการให้อาหารแตกต่างจากคนไข้ที่เข้ารับการรักษาโรคมะเร็ง หรือคนไข้ไตวายเรื้อรัง เป็นต้น 

ขั้นตอนการสั่งรักษา (Prescription)

มีเครื่องมือหลายอย่างที่สามารถนำมาใช้ในการประเมินคนไข้ได้ว่าคนไข้มีภาวะขาดสารอาหารหรือไม่ แพทย์จะตัดสินเลือกวิธีการให้โภชนบำบัดจากผลการประเมินดังกล่าว และกำหนดกรอบของการให้อาหารที่เหมาะสม

ขั้นตอนการเข้าสู่ตัวผู้ป่วย (Patient Access)

การให้สารอาหารผ่านระบบทางเดินอาหาร (enteral nutrition) แพทย์อาจต้องใส่สายสวนเข้าทางกระเพาะอาหารหรือทางจมูก หรืออาจต้องใช้กล้องส่องทางเดินอาหารตามวิธีการ percutaneous endoscopic gastrostomy (PEG)ส่วนการให้สารอาหารแยกจากระบบทางเดินอาหาร ( parenteral nutrition) แพทย์ต้องใช้สายสวนหลอดเลือดดำส่วนกลางและปลาย หรือ สายสวนประเภท port หรือ Hickman

ขั้นตอนการเตรียมการ (Preparation)

สินค้าเพื่อการให้สารอาหารแบบ enteral nutrition ส่วนใหญ่ในตลาดเป็นแบบพร้อมใช้งาน เช่น ขวดหรือสายยางให้อาหาร ในขณะที่การให้สารอาหารแบบ Parenteral Nutrition นั้นจะเป็นรูปแบบของถุงอาหารพร้อมผสม เช่น ถุงอาหารแบบ 2 -chamber bags หรือ 3-chamber bags แพทย์เพียงแค่เติมสารอาหารประเภทวิตามินหรือสารอาหารรองเท่านั้น อย่างไรก็ตามสำหรับคนไข้บางรายที่ต้องการโปรแกรมสำหรับสารอาหารและวิตามินเป็นกรณีพิเศษ การผสมอาหารควรได้รับการดูแลจากหน่วยเภสัชกรรม

ขั้นตอนการให้ยา (Application)

สำหรับการให้สารอาหารแบบ Parenteral Nutrition การส่งผ่านสารอาหารจากบรรจุภัณฑ์เข้าสู่ร่างกายจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์การแพทย์ต่างๆร่วมกันอย่างเป็นระบบ
บี. บราววน์มีระบบซึ่งให้ความปลอดภัยและช่วยลดการเกิดข้อผิดพลาดทางการแพทย์ เช่น อุปกรณ์ disposable ที่ช่วยป้องกันความสับสนในการต่ออุปกรณ์ enteral เข้ากับ IV-lines หรือเครื่อง Space GlucoseControl ที่ช่วยในการบริหารระดับกลูโคสในผู้ป่วยวิกฤติ

ขั้นตอนการให้ผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาล (Discharge Management)

หลังออกจากโรงพยาบาลแล้ว คนไข้บางรายอาจยังต้องการการดูแลด้านโภชนบำบัด เช่น คนไข้โรคมะเร็งหรือคนไข้กลุ่มที่มีอาการลำไส้สั้น ซึ่งเรามีการดูแลอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการให้ความรู้แก่กลุ่มญาติหรือคนดูแลคนไข้เพื่อให้สามารถดูแลโภชนบำบัดที่บ้านได้อย่างเหมาะสม